2009/Sep/19

Kwaiden เป็นภาพยนตร์ที่รวบรวมเรื่องเล่าสยองขวัญ 4 เรื่องไว้ด้วยกัน ได้แก่

"The Black Hair"

"The Woman of the Snow"

"Hoichi the Earless"

"In a Cup of Tea"

 

The Black Hair - "ผมดำ"

เมื่อซามูไรหนุ่มเบื่อความยากจนจึงตัดสินใจทิ้งเมียรัก ไปแต่งงานกับเจ้าหญิงผุ้มั่งคั่ง แต่เขาก็ยังไม่ลืมเมียรักไปจากใจ เขาจึงคัดใจหนีเจ้าหญิงผู้ร่ำรวยกลับมาหาเมียเก่าแสนรัก แต่ทว่าบ้านหลังเก่าของเขาบัดนี้ มันกลายเป็นบ้านร้างซะแล้ว

 

The Woman of the Snow - "หญิงสาวในหิมะ"

เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งกับเพื่อนต้องติดอยู่ในกระท่อมกลางหิมะ คืนนั้นเขาตื่นขึ้นมาพบว่าเพื่อนเขาหนาวจนแข็งตาย และมีหญิงสาวนางหนึี่งอยู่ในกระท่อมด้วย แน่นอนหญิงสาวนางนั่นไม่ใช่คน และเตือนว่าจงอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ไม่งั้นข้าจะกลับมาเอาชีวิตเจ้า

Hoichi the Earless - "โฮอิชิ หูดี"

เรื่องในอดีตเมื่อทัพของฝ่ายเกนจิ ปะทะกับทัพของฝ่ายฮัคเค และฮัคเคพ่ายแพ้ ซามูไรที่เหลือรอดก็ หนีความอดสูด้วยการกระโดดลงน้ำฆ่าตัวตาย อีก 700 ปีต่อมาที่หาดนี้ มีปูประหลาดชนิดหนึ่งกระดองเป็นรูปหน้าคน เรียกว่า ปูฮัคเก และมีการสร้างศาลเจ้า เพื่อบวงสวงให้กับวิญญาณของซามูไรที่ล่วงลับไปในครั้งนั้น

โฮอิชิ เป็นสามเณรตาบอดที่เพิ่งจะมาจำวัดที่นี่ เขาดีดพิณได้ไพเราะยิ่งนัก แต่ก็เพราะพิณนี่แหละที่ทำให้เขาได้พบประสบการณ์ที่เขาจะไม่มีวันลืมเลือน

 

In a Cup of Tea - "มันอยู่ในถ้วย"

เคยสงสัยบ้างไหมว่านิทาน หรือเรื่องเล่าบางเรื่อง ทำไมถึงถึงถูกหยิบมาเล่าต่อๆกันทั้งๆที่มันยังไม่มีจุดจบของเรื่อง

แล็ฟคาคิโอ เฮิร์น ผู้เขียนนิยายสยองขวัญของญี่ปุ่นที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้จะมาเล่าให้คุณฟังเอง

ย้อนกลับไปเมื่อ 300 ปีก่อน ซามูไรนายหนึ่งได้ ติดตามท่านเจ้าเมืองมายังวัดแห่งหนึ่งในการฉลองวันปีใหม่ ด้วยความกระหายเขาจึงได้ไปตักน้ำขึ้นดื่ม ปรากฎรูปชายคนหนึ่งขึ้น เขาเทน้ำนั้นทิ้งและตักขึ้นมาใหม่ ก็ยังปรากฎหน้าชายคนเดิมแสยะยิ้ม ด้วยความกล้าบ้าบิ่นเขาจึงซดมันไปแบบไม่สนอะไรทั้งนั้น และคืนนั้นเขาก็ได้รับหน้าที่เฝ้ายามปกป้องท่านเจ้าเมือง อยู่ดีๆก็มีชายคนที่เขาเห็นในถ้วย โผล่ออกมาจากผนัง !!

 Credit to The Gentleman of pantip.com

2009/May/19

หน้าร้อนก็ต้องไปทะเล..

หลังจากไปนั่งจิบเหล้าเคล้าฝนกับบรรดาเฮียๆที่บ้านมาแล้ว เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา

นั่งดูฝนตกที่ทะเลมาแล้ว ก็หวังว่าทริปต่อไปคงจะได้เห็นทะเลท้องฟ้าใสๆบ้าง..

ฉะนั้นทริปนี้จึงเป็นทริป hilight ของพวกเราเลยก็ว่าได้ ก็อากาศมันร้อนอย่างนี้

ใครๆก็อยากไปเที่ยวทะเลเนอะ..

ทั้งๆที่พยากรณ์อากาศเตือนแล้วว่า ช่วงวันหยุดอาทิตย์นี้

จะเกิดพายุฝนทางฝั่งตะวันออก เราก็ยังไม่ล้มเลิกแพลนกันง่ายๆ 555+

ออกเดินทางจากกทม.ไปยังท่าเรือบ้านเพ และนั่งเรือต่อไปอ่าววงเดือน

ใช้เวลาประมาณ 40 นาที นานมั่กๆ

พอถึงก็ต้องเดินข้ามเขา 555+ เว่อร์มะ มาที่หาดแสงเทียน 

รีสอร์ทที่เราพักก็คือ แสงเทียนบีชรีสอร์ท นั่นเอง ห้องพักโอเคเลย ใหญ่และก็สะอาดใช้ได้

ชายหาดสวยมาก ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลริมหาดใสกว่าที่คิดไว้

พอเช็คอินเอาสัมภาระเข้าห้องเรียบร้อย เรากับพี่เอกะว่าจะชิ่งไม่ไปดำน้ำเพราะจากที่เดิน

ข้ามเขามาเมื่อกี้ แทบแย่.. ร้อนแล้วก็ไมเกรนขึ้นด้วย

แต่พอได้พักและกินยา ก็โอเคขึ้น เลยไปดำน้ำซะ จะได้รู้ว่าทะเลที่นี่

มันไปถึงไหนแล้ว 555+

 

และก็เป็นไปอย่างที่คิด จุดดำน้ำแรกที่ไป โอ้โห น้ำขุ่นมั่กๆ ไม่รู้เป็นตะกอนอะไร

ประการังก็พอมี แต่ไม่มีสีสันและปลาก็น้อยมาก ต่างจากที่เกาะกูดมากเลย

พอขึ้นมา พวกเราก็เลยถามเด็กบนเรือก่อนเลยว่าที่ต่อไปจะสวยกว่าที่นี่ป่าว

เด็กบนเรือบอก..ที่นี่สวยกว่าคับ

พวกเราก็เลย โอ้ว ถ้าที่นี่สวยกว่าที่อื่นก็คงไม่ต้องไปดำดูแล้วหละ 555+

เราก็เลยได้ดำจุดเดียว (จุดที่สองไม่ได้ดำแต่ลงไปปล่อยของเสีย น่าเกลียดว่ะ)

ขากลับมีแวะตกปลาดูปลาในกระชัง เล่นเอาน้องผึ้งกะน้องกุล เมาเรือ

ปล่อยของเสียกันไปหลายกอง เราเองก็เกือบออกเหมือนกันตอนกินข้าว

ไม่แน่ใจตัวเองว่าเป็นเพราะเมาเรือ หรือเพราะเห็นเซลลูไลท์เต็มเรือไปหมด

ไม่แน่ใจตัวเอง งงว่ะ ตอนแรกตูก็อร่อยอยู่นี่หว่าพอมองไปแล้วมันแปลกๆพิลึก

แต่ทริปดำน้ำนี้ใครไม่สนุกไม่รู้ แต่พี่เทพกะพี่เอสนุกที่สุด โดดน้ำกันมันส์เหลือเกิน

 

 

กลับถึงห้องอาบน้ำเสร็จ ก็ไปดินเนอร์กันใต้แสงจันทร์และเสียงคลื่น..

เล่นต่อเพลงไป ก๊งกันไป ดื่มด่ำบรรยากาศไป.. มีความสุขจัง^^

ตอนเช้าตื่นสาย อาบน้ำเสร็จไปกินข้าวต้มปลา กับกาแฟสด

ฝนเริ่มตั้งเค้ามาละ ครึ้มมาเลย บรรยากาศทะเลตอนฝนใกล้ตกเนี่ยชอบจริงๆเล้ย

ลมพัดมาเย็นชื่นใจดี อยากนอนเล่นริมหาดตากลมตอนนี้จริงๆ..

ฝนตกแล้ว.. กิจกรรมฆ่าเวลารอเรือมารับของเราก็คือ เล่นเกมการ์ด อิอิ

เล่นกันจากฝนตกจนฝนหยุดตก และจนกระทั่งเรือมารับ สนุกกันจนเกือบตกเรือ

ขากลับแวะพัทยาพาร์ค ได้เล่น tower shot แล้ว แบบว่าสุดยอดไปเลย

โดยเฉพาะรถไฟเหาะ เล่นแล้วไมเกรนขึ้นอีกรอบ เครียดสุดๆ ดูรูปเอาเองละกัน

โหด หวีด สยอง 555+

Apr 25th, 2009

2009/May/17

2009/May/17

ทริปนี้ เป็นทริปของบายคอมส์ทีมเลยจ้า

ขาดเพียงพี่นุช พี่กุง พี่ออด พี่โจ้ ที่ไม่ได้ไปด้วย

เริ่มทริปด้วยการแวะไหว้พระที่วัดถ้ำเขาย้อยเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

พอถึงที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เราก็เตรียมตัวหาที่หาทางกางเต๊นท์กัน

สนุกกันใหญ่ละทีนี้ 555+ เราก็อาศัยทำเนียนเป็นตากล้องกันไป เพราะกางไม่เป็น..

ตรงนี้คนจองกันหมดแล้ว หาที่ใหม่กันดีกว่า..

 ตรงนี้แจ่มกว่า 555+ วิวสวยมาก

เย้..แคมป์เราเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นก็ไปล่องแก่งกัน ก่อนล่องแก่งก็กินข้าวเที่ยงกันก่อนที่รีสอร์ทน้าโก๊ะ

ซุ้มกินข้าวอยู่ริมน้ำเลย น้ำใสสุดๆน่าเล่นในยามร้อนๆอย่างนี้มาก

แต่เป็นกรรมของเรากับผึ้งเล่นไม่ได้ เสียดายสุดๆอะ คราวหน้ามาใหม่ ไม่พลาดแน่

ตอนล่องแก่งกัน ก็ตื่นเต้นดี พายพากันเข้าป่า เข้าหนามไผ่ 555+

หนุกหนานมั่กๆ..

หลังจากนั้นตอนเย็นก็ไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกันริมเขื่อน สวยมากๆ

กิจกรรมยามดึกของเราก็คือถ่ายรูป โดยใช้แสงไฟฉายเป็นพร็อบ

ถ่ายไปกรี๊ดกันไป กรุ๊ปนี้มีโลกส่วนตัวกันจิงๆ 555+

นี่ไง.. รูปนี้ถ่ายคนเดียว แต่ต้องมีลูกทีมอยู่เบื้องหลังอีกสอง

งานนี้ happy มากๆ เอาวอดก้าไปป๊อกกัน ชื่นมื่นกันสุดๆ

ได้ป๊อกกันถ้วนหน้า เสียดายเต็นท์รอบๆเราเค้าเข้านอนกันแต่หัวค่ำ

ทำให้เราต้องกระซิบกันเวลาคุย ขนาดกระซิบยามยังเดินมาว่าเลย 555+

จะเอาอะไรกะกูกันเนี่ย ตอนหลังเลยใช้ภาษาใบ้กันแทน ฮากันซะ

บรรยากาศดีมากๆเลย อยากไปอีกจัง ..

เช้ามาได้เรื่องเลย สลบคาเต็นท์สามตัว ไปทุ่งพะเนินกะเค้าไม่ไหว..

แต่พี่ที่ไปบอกดีละ ที่ไม่ไปกัน แต่ละคนหัวแดงกลับมาเลย ฝุ่นตลบเชียว

ขากลับแวะตลาดน้ำอัมพวากันอีก ซื้อของกินติดไม้ติดมือกันกลับไป.. happy ending^^

Feb 09