" ...ยังคงมองเห็นภาพเธอจากไปจนลับตา..เวลาไม่เคยลบความทรงจำ..."
ไม่รู้เป็นไร ..เวลาความเหงามาเยือน เพลงนี้มักจะแว่วเข้ามาในหูเสมอ
ทั้งเนื้อร้องและทำนองที่คุ้นเคย ฟังยามเหงาทีไรเป็นต้องเศร้าทุกที...
วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านบทความในบล็อกหนึ่ง ความรู้สึกของเธอตอนนี้
เหมือนต้องการใครสักคนยืนอยู่เคียงข้าง ต้องการกำลังใจ ต้องการคนคอยปลอบโยน ...
อาจเป็นความรู้สึกที่เราเคยคุ้นเคยมาก่อน ยามเหนื่อยท้อแท้ แต่มองไปรอบตัว ว่างเปล่าไม่มีใคร ..
ชีวิตเหมือนลอยเคว้ง ไม่มีหลักคอยเป็นที่พักกายและใจ ยามเหนื่อยอ่อน...
มีเพียงตัวเรา...กับอากาศรอบๆตัว ที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ
มันอาจดูแย่กับสถานะยามนี้...แต่มันจะแย่ยิ่งกว่าถ้า..เวลาไม่เคยลบความทรงจำ..
ความทรงจำที่เคยมีกับใครคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งเพื่อนคอยให้คำปรึกษา..เป็นกำลังใจยามเราท้อแท้...
เป็นแรงผลักดันให้ชีวิตมีแรงขับเคลื่อนต่อไปได้..
การใช้ชีวิตโดยลำพังอยู่ไปวันๆ ว่ายากแล้ว กับการได้อยู่กับความทรงจำเก่าๆ..
และภาพเค้าเดินจากไป ยังติดตรึงในหัวใจ ยิ่งบาดลึกทรมานยิ่งกว่า...
..ความแข็งแกร่งมักเกิดขึ้นช่วงเวลานี้เสมอ..กำลังใจเกิดขึ้นได้ด้วยความเหนื่อยล้า
ความโดดเดี่ยว เปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้รักตัวเองมากขึ้น..
(ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ ทำไมใจคนถึงได้แปรปรวนสับสนวุ่นวายได้ขนาดนี้หนอ..)
กาลเวลานำพาการปรับเปลี่ยน ก้าวย่างของวันใหม่ เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายให้ได้คิด ได้ทำ ...
ถึงแม้ความความเจ็บปวดของวันวานยังคงมีผลึกร่องรอยเหลืออยู่ แต่ท้องฟ้ายังต้องมีสว่างเปิดรับแสงอาทิตย์
เพื่อการเจริญเติบโต และเพื่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตตามกาลเวลาต่อไป..
~minnie~

