หนึ่งปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก ..เคยนึกทบทวนมั้ยว่าปีที่ผ่านไป ชีวิตเราก้าวหน้า ถอยหลังหรือย่ำอยู่กับที่ ...
ปีนี้...ก็เป็นอีกปีที่ชีวิตเราส่งท้ายปีเก่าด้วยการก้าวหน้า เรียกว่าก้าวขึ้นไปเลยหละ ขึ้นไปบนดอยเลย 555 การเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการวางแพลนจากเฮียเฮงล่วงหน้าหนึ่งเดือน ก็เรียกได้ว่าเตรียมตัวพร้อมลุยกันได้อย่างเต็มที่เลย เพราะเฮียเฮงกับพี่ปูเค้าเตรียมที่พักไว้ให้เรียบร้อย แถมยังเป็นไกด์ที่ชำนาญทั้งเส้นทางและพาไปกินร้านอาหารขึ้นชื่อของเพชรบูรณ์ได้อีกด้วย เก๋าจิงๆ อิอิ
เริ่มการเดินทางวันแรกวันที่ 24 ธค. 50 วันนี้ไปพอถึงเพชรบูรณ์ ก็แวะเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพกันเลย เข้าทางเฮียสังข์ เพราะเฮียแกชอบเกี่ยวกับประวิติศาสตร์เป็นที่สุด ภายในอุทยานมีบริการรถพาเที่ยวชมรอบๆ พร้อมมีไกด์คอยบรรยาย และแวะจอดให้ถ่ายรูปเจดีย์ โบราณสถาน ..ตากล้องก็ลั่นชัตเตอร์ซะ เพลินมั่กๆ เห็นอะไรก็น่าถ่ายไปหมด (ไม่ต้องกลัวการ์ดเต็ม...เอาโน้ตบุ๊คมาโหลดรูปพร้อม ไม่ต้องกลัวแบตหมด ...เตรียมที่ชาร์ตมาพร้อม 555)
จากนั้นก็ไปกินไก่ย่างขึ้นชื่อของที่นั่น ร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี ก็อร่อยนะ แต่อาหารค่อนข้างมีรสหวานมากไปหน่อยไม่ค่อยฮาร์ดคอร์มาก ก็เลยไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ ต้องการส้มตำปูปลาร้า แซ่บๆ อย่างแรง
ง่วงนอนจัง
อัพตอนดึกก็งี้แหละ เวลาไม่ค่อยจะมีกับเค้าเลย เหนื่อยเฟ้ย!!
จากนั้นก็ตีรถยาวเลย เพราะบ่ายแก่ๆแล้ว ถ้าไม่รีบไปคงถึงที่ภูหินร่องกล้าค่ำแน่ ระหว่างทางที่ขับรถขึ้นไปบนภูอากาศค่อยๆเปลี่ยนเย็นลงเรื่อยๆทุกขณะ ยิ่งสูงยิ่งหนาว (เข้าใจประโยคนี้ละ) ที่สำคัญวิวสวยมากกกกก ภาษาเพื่อนกันต้องพูดว่า สวยโครตๆ จิงๆนะ ทั้งอากาศเย็นฉ่ำ สดชื่น ทั้งวิวทิวเขา พร้อมแสงแดดอ่อนๆ ช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน มันสุดยอดจิงๆ สุดจะบรรยายเป็นคำพูด ต้องสัมผัสเอง ...เฮ้อออ สูดดดหายใจให้เต็มปอด (เปิดกระจกรถไปตลอดทางขึ้นเลย )
สังเกตดูภาพนี้ถ่ายระหว่างนั่งรถขึ้นภู มีแก๊งค์ตระกร้อด้วยนะ น่าอิจฉา..เตะบอลท่ามกลางขุนเขา
ขาไปรู้สึกว่าทางขึ้นภูไกลมาก ระหว่างทางก็เป็นป่าลึกทึบเชียว น่ากลัวอยู่เหมือนกัน เพราะมันเริ่มมืดแล้ว ถึงที่พักก็ค่ำพอดี ที่พักสวยดี น่าอยู่ใช้ได้เลย มากัน 9 คน อยู่กันเข้าไป 4 ห้อง ห้องนึงมี 4 เตียงนอน...น่ากลัวจะมีใครมานอนด้วยจิงๆ เพราะเตียงมันว๊างว่าง
วันที่สอง...ก่อนไปเที่ยวน้ำหนาวต่อ เราได้แวะเที่ยวลานหินแตกและสุสานนักรบที่นั่นก่อน มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นด้วยแต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเรื่องบังเอิญป่าว...ระหว่างที่เดินไปดูสุสานนักรบ ซึ่งต้องเดินเข้าไปในป่า ตากล้องอย่างเราก็ถือกล้องถ่ายไปเรื่อย พอเดินไปถึงสุสาน ก็เห็นกระถางที่มีกิ่งไม้เสียบบุหรี่ตรงปลาย ปักอยู่เต็มกระถาง เราก็ยกกล้องขึ้นถ่ายทันที แต่ว่าถ่ายเท่าไหร่ก็เบลอทุกรูปเลย พอยกกล้องลง ก็ขนลุกทันที เพราะข้างหลังกระถางนั้นเป็นหลุมศพนั่นเอง คือตอนเดินมาเรามองไม่เห็นหลุมนั้นเลย ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่เดินล้ำเส้นเข้าไป บรื๊ออออ...จากนั้นก็รีบยกมือไหว้ แล้วเดินออกมาเลย ซึ่งใกล้ๆหลุมนั้นก็มีอีกหลุมนึง แล้วก็มีพระธุดงค์นั่งอยู่ข้างๆหลุมด้วย ...พอเดินออกมาก็เล่าให้พี่เอฟัง พี่เอบอกให้รีบลบรูปที่ถ่าย ก็เลยลบหมดเลย จิงๆ กะว่าจะลบอยู่แล้วเพราะมันเบลอทุกรูปเลย ...น่ากลัวจัง สาธุหนูไม่ได้ลบหลู่นะคะ ขอโทษค่ะ
รูปลานหินแตก แต่ทำไมเป็นหินปุ่มอ่ะ งงเหมือนกัน
แผงร้านขายของหน้าทางเดินไปเที่ยวลานหินแตก
เด็กดอย...น่ารักจัง 555 (หลานใครหว่า)
หลังจากนั้นเราก็ออกจากภูหินร่องกล้าและแวะเที่ยวที่ภูทับเบิกกันต่อ ทางขึ้นค่อนข้างชันและอากาศเย็นสบายดีบนภูมีนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์กันระหว่างทางขึ้นจุดชมวิวบนภูทับเบิก เห็นแล้วเกิดอาการอยากมากางเต้นท์นอนที่นี่กันเลย เพราะบรรยากาศมันชิลๆมากเลย แถมบนจุดชมวิวเดินขึ้นไปไม่กี่เมตรก็ถึงแล้ว
จุดชมวิวบนภูทับเบิก
คนนี้เดะดอย ของแท้เลยหละ
หลังจากลงภูทับเบิก จุดหมายต่อไปของเราคือน้ำหนาว ระหว่างทางแวะกินร้านขนมจีนหล่มสัก ขอบอกว่าอร่อยมั่กๆ ลืมถ่ายรูปมาฝากกันเลย เสียดายจัง ขนมจีนสมุนไพร หลากสี น้ำยาสารพัดอย่าง และเมนูอีกอย่างที่ขึ้นชื่อของร้านนี้ก็คือขนมเทียน อร่อยมากกก แป้งนุ่มลิ้นสีเขียวกลิ่นใบเตย ไส้เค็มรสเข้มข้น สุดบรรยาย ต้องไปลองเองถึงจะรู้ นึกแล้วอยากกินอีก
หลังจากท้องอิ่มแล้วก็ตรงไปที่น้ำหนาวเลย ..ระหว่างทางเข้าคล้ายๆที่ภูหินร่องกล้าคืออากาศค่อยๆเย็นลงๆ แต่ที่นี่อากาศจะเย็นและชื้นกว่า เพราะรอบๆ เต็มไปด้วยป่าทึบ ที่พักก็ล้อมรอบไปด้วยป่า อากาศชื้นมากจนผ้าห่ม หมอน เสื้อผ้าเปียกชื้นไปหมด ถ้าถามว่าที่ไหนหนาวกว่ากัน ขอบอกว่าที่น้ำหนาวหนาวได้ใจกว่าเยอะเลย พูดควันออกปากเลยหละ
ปาร์ตี้ปิดทริปคืนสุดท้าย มีซานตามากันเยอะแยะเลย เพราะว่าตรงกับวันคริสมาสต์พอดิบพอดี 555 เฮฮาบนโต๊ะตอนแรกอยู่ดีๆ ไม่พอใจรู้สึกว่ามันไม่เข้าบรรยากาศมาแคมป์ในป่า เราก็เลยลงไปนั่งเล่นรอบกองไฟกันซะงั้น ซึ่งไม่มีใครเอะใจเลยว่าข้างล่างที่เราก่อกองไฟมันคือ....ฝาส้วมนั่นเอง มิน่าละนั่งไปทำไมกลิ่นตุๆมันเริ่มโชยมา เอาเถอะ มันไม่ระเบิดก็ดีเท่าไหร่แล้ว เหอๆ แก๊สทั้งนั้น

(ล้อเล่น)

