2008/Sep/08

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น

 ปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นในมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่างๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤาษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่นๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17

ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16 นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า โรงช้างเผือก

กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม โดยใช้วิธีการสมัยใหม่ช่วย และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปีพุทธศักราชที่ 2531 ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

ข้อมูลจาก www.annaontour.com

2008/Aug/11

ปาร์ตี้เลี้ยงส่ง fatcat เมื่อวันศุกร์ ขอบอกว่าหนุกมากกก..

และแล้วเราก็ได้เห็นไอ้ผึ้งมาววว 555(ส่วนพี่ไม่ต้องพูดถึง..สุดๆอะ)

ส่วนกุลไม่ค่อยออกอาการนะ ..เมาป่าวเนี่ย(เนียนๆ)

ป๋าเตบของเราก็เมาโค้กได้ที่เหมือนกัน 55

ส่วนพี่เอ ซัน เจมส์..จะมันส์ จะชิลแค่ไหน ดูจากรูปเอาเอง...ฮาสุดๆอะ

(งานนี้ได้เห็นซันออกstepไทเทหลายรอบ )

ยังไงเจอกันเมื่อชาติต้องการนะเว้ย..เจมส์

พี่ๆยังรักแกเหมือนเดิมว่ะ ..

 

2008/Aug/05

วันเสาร์...มีโอกาสได้ไปเจอ super hero มา

BatBoy กะ SuperBoy น่ารักสุดๆอะ

เอารูปมาฝากด้วย...นี่ไง๊

 

   

ขอย้อนหลังรูปคอนเสิร์ต Loveis ที่เขาใหญ่หน่อย.. ดูแล้วอยากไปอีกจัง ใกล้แล้ว แต่ไม่รู้ปีนี้พี่บอยด์จะจัดอีกป่าวเนี่ย

2008/Jul/25

25-07-08.......

10.00 pm.>>>...??? japanese food (yum yum) -*-

11.15 pm.>>>....???? confuseeeddd - -'

12.30 am.>>>.....????? im tired :(

1.40 am.>>>....??? ZZZZZZZ..??...zzzzzzz... sleep help me stop thinkin , I love to sleep...

.??......

.......?.....

.......................

26-07-08.....

9.30 am.>>> so hungry -*-

12.40 pm.>>> have lunch ...alone...

 

สองวันมาแล้วที่เจอกับเรื่องแย่ๆ มึนๆ งงๆ มากะทบความรู้สึก

วันแรก....คำว่า"เงิน"

เจอกับคนที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไรนักในชีวิต

แต่ไม่คิดว่า เค้าจะเป็นคนอย่างนั้น...

ด้วยอำนาจแห่งเงินตัวเดียวเลย ทีทำให้มนุษย์คนนึง

แสดงความต้องการออกมาได้อย่างไม่อาย ..

ทำได้อย่างไร เล่นเอาเราหน้าชาเองไปเลย

ไม่คิดว่าจะได้เห็นพฤติกรรมความหิวโหยออกมาจากคนคนนี้

ก็เป็นเรื่องที่ทำเรามึนไปเลยทั้งวัน บอกตรงๆนะ พึ่งเคยเจอ

แบบนี้ครั้งแรก เออว่ะ..."เงิน" นี่ซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ

ทำให้มนุษย์กลายเป็นตัวอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่า

ตัวเองได้ทำอะไรลงไป มันน่าละอายแค่ไหน หรือแม้กระทั่งว่า

คนรอบข้างในสังคมที่ตัวเองอยู่จะรู้สึกอย่างไร ...

ด้านมืด...ของคนเรามันน่ากลัวจริงๆเลย

 

วันที่สอง... คำว่า "ผูกพัน"

การที่เราผูกพันและแคร์ใครซักคนมากไป

มันทำให้เราทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน

ไม่ว่าเรื่องนั้นจะทำให้เรา ดูโง่แค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่สามารถยับยั้ง

พฤติกรรมที่ดูโง่ๆอย่างนั้นไปได้

เวลาทำให้เราคิดได้...ในที่สุด

ชีวิตเป็นของเรา และชีวิตก็เป็นของเค้าด้วย

เราไม่สามารถบังคับใครให้เป็นไปตามที่ใจเราอยากให้เป็นได้

แม้แต่ตัวเราเอง...

อย่าให้ความผูกพันเป็นเหมือนยาเสพติด

ถ้าเราขาดมัน หยุดเสพมัน เราก็จะลงแดง

เจ็บปวดทรมานและอาจทำให้เราตายได้ในที่สุด

มนุษย์ทุกคนรักตัวเอง..ไม่มีใครไม่รักตัวเอง

มนุษย์ทุกคน เรียนรู้และพยายามปรับตัว เพื่อที่จะอยู่บนสังคมโลกใบนี้ได้

นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด...

บางคนคิดว่าความรักคือการเสียสละ

คนที่คบสองคนในเวลาเดียวกัน.. เพราะให้เหตุผลว่า "คนเก่าไม่มีเวลาให้" 

คนใหม่.. ยอมทุกอย่างถ้ากลับมาเหมือนเดิม

คนเก่า.. จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองถ้ากลับมาเหมือนเดิม

มองผิวเผินแล้วกรณีนี้ไม่มีใครผิดเลย ทุกคนพร้อมที่จะเสียสละ

แต่ความเป็นจริงแล้ว เคยคิดหรือไม่ ทำไมคนกลางต้องคบสองคน

เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อตัวเอง

คนใหม่และคนเก่า ยอมเปลี่ยนตัวเองยอมทำทุกอย่างให้คนกลาง

กลับมาเป็นเหมือนเดิม เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อเอาชนะ

เพราะเค้าต่างก็รู้ใจตัวเองดีอยู่แล้วว่าถ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม

อย่างที่พูดไว้ มันจะเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เค้าพูดจริงๆเหรอ

เค้าจะกล้าหลอกความรู้สึกตัวเองไปอีกนานแค่ไหนว่า....

มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..ตั้งแต่คุณเดินจากไป

........

คุณจะรู้สึกเจ็บปวดมาก ถ้าคนที่มากระทำคือคนที่คุณแคร์มากที่สุด

คุณจะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าคุณไม่รักใครมากกว่าตัวคุณเอง

 

ทุกความรู้สึกรับรู้ได้จากทุกการกระทำ